วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556

กัลยาณมิตรนิเทศ..นิเทศด้วยใจ


นิเทศด้วยใจ...

          ก่อนหน้าที่ครอบครัวเราจะจัดการศึกษาโดยครอบครัว คำว่า ศึกษานิเทศก์ นั้นเป็นคำที่ไม่สู้จะคุ้นเคยนัก ภาพของการนิเทศก์ก็ดูจะไม่ต่างไปจากการเป็นวิทยากรอบรมเสริมความรู้ให้แก่บรรดาครูบาอาจารย์
ในทัศนะของเรา ครู เป็นงานที่สังคมไทยให้การเคารพยกย่อง ด้วยความคาดหวังต่อบทบาทของครู ที่ไม่เพียงต้องทำหน้าที่ถ่ายทอดทักษะความรู้ให้แก่ผู้เรียน แต่ยังเป็นผู้ปลูกฝังและฟูมฟักคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ผู้เรียนด้วย เพื่อให้เติบใหญ่ไปเป็นสมาชิกที่ดีและมีคุณภาพของสังคม ครูจึงเป็นงานที่ต้องอาศัยแรงกายแรงใจและความมุ่งมั่นมากเป็นพิเศษ
          ดังนั้น ครูของครู ย่อมเป็นภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง ในฐานะผู้ชี้แจงแนะนำทางการศึกษาให้แก่บรรดาครูอาจารย์ เพราะศึกษานิเทศก์และภาระหน้าที่การเป็นครูของครูนี้แหละที่จะเป็นกลไกการสร้างครูคุณภาพ (มืออาชีพ) สร้างการศึกษาของชาติอย่างเป็นระบบ
          นิเทศอย่างไรจึงจะได้ครูดี? (ไม่เพียงแค่ครูเก่ง) หากนิเทศครูด้วยการบอกให้ทำ ครูจะสอนนักเรียนต่อด้วยการสั่งให้ปฏิบัติไหม? ศึกษานิเทศก์ต่างจากวิทยากรอย่างไร? และคำถามอื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับกลไกการพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อเด็กไทยของเรา

          จวบจนเมื่อครอบครัวเราตัดสินใจจัดการศึกษาให้ลูกสาวคนเดียวของบ้านในระบบบ้านเรียน เราไม่เพียงไดัรับรู้เรื่องราวของแวดวงการศึกษาเพิ่มมากขึ้น แต่ยังได้เห็น มีโอกาสได้สัมผัสกับตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการให้ความรู้และคำแนะนำ
...สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กำลังทำอยู่นี่แหละคือ... และถ้าเราสามารถเสริม... เชื่อมโยงไปสู่... ได้ก็เยี่ยมเลยค่ะ
...มีอะไรโทรมาได้เลยนะค่ะ... ที่สำคัญ ห้ามเกรงใจ
...  ... ...
ทุกครั้งที่พบปะ เราจะเห็นศึกษานิเทศก์มาพร้อมกับรอยยิ้ม รับฟังว่าเราทำอะไรไปบ้าง ไม่เคยบอกว่าการสอนของพ่อกับแม่ผิดและที่ถูกต้องอย่างนั้นอย่างนี้ แต่มาเพื่อช่วยจริงๆ ช่วยดูว่าเราขาดอะไร จะเสริมอย่างไรเพื่อให้เด็กนักเรียนคนเดียวของเราได้รับประโยชน์สูงสุด แม้การสนทนาผ่านระบบการสื่อสารเราก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงมิตรไมตรีและความเมตตาที่ส่งผ่านมาให้อย่างสม่ำเสมอ เรารู้สึกถึงความเชื่อมั่นที่ศึกษานิเทศก์มีต่อเราในฐานะผู้สอน และนั่นส่งผลให้เราเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น (แต่แทบทุกครั้งมักจะมีการบ้านให้ทำต่อหรือเพิ่มเติมเสมอ) สิ่งที่ตามมาจึงเป็นกำลังใจและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาก้าวต่อไปด้วยความเต็มใจ
ฟังดูแล้วชวนให้นึกถึงนิทานเรื่องที่สายลมกับดวงตะวันแข่งกันทำให้คนเดินทางถอดเสื้อคลุม... สายลมกล้าโหมพัดหวังให้เสื้อคลุมหลุดปลิว แต่พัดยิ่งแรง นักเดินทางยิ่งยึดกุมเสื้อไว้แน่น ส่วนตะวันนั้น เริ่มส่องแสงอุ่น แล้วค่อยๆ ฉายแสงแรงขึ้น นักเดินทางร้อนจนเหงื่อตก ไม่นานก็ถอดเสื่อคลุมออกเอง...
สิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาเผยให้เราได้เห็นคำตอบในเรื่องของการนิเทศ หากอยากได้ครูดีและเก่งก็ต้องชี้แนะครูด้วยคุณธรรมคู่ความรู้ หากอยากให้ระบบการศึกษาไทยเข้มแข็งทั้งสมองและจิตใจ ก็ต้องชี้นำสังคมด้วยปัญญา ซึ่งสวนทางกับการกำหนดกฎเกณฑ์เป้าหมายเป็นกรอบบังคับให้ปฏิบัติ ทำได้ตามเป้าก็ตบรางวัล ไม่ได้ตามเกณฑ์ก็คาดโทษลงทัณฑ์ ซึ่งมีบทพิสูจน์ให้เห็นกันอย่างชัดเจนแล้วว่า กระตุ้นกันได้ก็แต่เพียงด้านปริมาณเท่านั้น   
เราอยากจะเรียกสิ่งที่ครอบครัวเราได้สัมผัสว่า นิเทศด้วยใจ ใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาและคุณธรรม ครูผู้สอนสั่งด้วยท่าทีที่สุภาพอ่อนโยน เป็นมิตรกับผู้สอน (พ่อแม่) เมตตาต่อผู้เรียน (น้องก้านตอง) ให้ความรัก ให้การยอมรับ ให้เวลา ให้คำแนะนำ ให้การช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ให้คำชมเชย และที่สำคัญอย่างยิ่งคือให้โอกาส
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นปฏิบัติการเชิงบวก ที่จะสร้างสรรค์ สร้างเสริม ทั้งผู้เรียน ผู้สอนให้มีพลังในการเรียนรู้ ทั้งในแนวทางปกติและการแสวงหาหนทางแห่งความรู้ใหม่ๆ ได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อยย่อท้อ
ขอขอบพระคุณ ศึกษานิเทศก์วัชราภรณ์  วัตรสุข คุณครูผู้เปิดโอกาสให้ครอบครัวเราได้พบกับการนิเทศด้วยใจ  คุณครูผู้เป็นเสมือนหนึ่งญาติผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยเมตตา
                                                           
                                                            กราบขอบพระคุณด้วยใจ
                                                                ครอบครัวก้านตอง




วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

Best Practice ด้านการนิเทศ รางวัลที่ ๑ ระดับชาติ ปี ๒๕๕๔



การใช้นวัตกรรมการนิเทศแก้ปัญหาการอ่านการเขียน
และยกระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนภาษาไทย
Best  Practice   รางวัลที่ ๑  ระดับชาติ  ปี ๒๕๕๔
ชื่อนวัตกรรม  คุณธรรมนิเทศ ๕  นำพานักเรียนให้อ่านออกเขียนได้”
วัชราภรณ์ วัตรสุข
-------------------------------------------------------------------------------------------        

         ๑.ความเป็นมา  
                 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑  ตระหนักและเห็นความสำคัญจำเป็นในเรื่องการอ่านออกเขียนได้และการมีนิสัยรักการอ่านของนักเรียน จึงได้กำหนดนโยบายการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ภาษาไทยและการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ ขึ้น โดยเริ่มดำเนินการในการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานด้านคุณภาพผู้เรียนช่วงชั้นที่ ๑-๔ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมาโดยการบริหารคุณภาพการศึกษาของ ๔ อำเภอ  มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  ในระดับอำเภอใช้การบริหารรูปแบบ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษามีคณะทำงานของเครือข่ายเป็นผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้สอนในอำเภอนั้นๆ เป็นทีมงานในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตามกำหนดในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔  
          สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑  โดยกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาได้ดำเนินการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนและนิเทศติดตามในเรื่องการแก้ไขปัญหาของนักเรียนที่อ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยอยู่ในเกณฑ์ต่ำไม่ได้ตามมาตรฐาน โดยดำเนินการอย่างเป็นระบบ กำหนดขั้นตอนและกระบวนการดำเนินงานชัดเจน ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ทั้งนี้เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายหลัก ได้แก่ ผู้เรียนอ่านออกเขียนได้ตามมาตรฐานที่กำหนดในแต่ละระดับชั้น มีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้  ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคมให้เข้มแข็งและยั่งยืนได้
          ๒.วัตถุประสงค์
                  ๒.๑ แก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียน ระดับประถมศึกษา โดยมุ่งเน้นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓  และเน้นเป็นพิเศษในกลุ่มนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์
                  ๒.๒ ยกระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนภาษาไทย ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของทุกโรงเรียนในสังกัด                    
          ๓.การดำเนินงาน
๓.๑ นวัตกรรมการนิเทศ ที่กลุ่มนิเทศได้ดำเนินงาน ได้แก่  คุณธรรมนิเทศ ๕  นำพาให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้”เป็นการใช้กระบวนการกัลยาณมิตรนิเทศ ที่ได้บูรณาการระหว่างแนวคิด ๓ ขั้นตอนการนิเทศ ของศาสตราจารย์สุมน อมรวิวัฒน์  และผู้รายงานได้คิดริเริ่มใช้เทคนิคการนิเทศ เรียกว่า “คุณธรรมนิเทศ ๕” ประกอบด้วย ยิ้ม ประนม ก้ม ขาน การให้  ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่แสดงถึงความเป็นกัลยาณมิตรที่จะก่อให้เกิดผลดีในการทำงานระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ  โดยนำมาใช้ใน  ๓ ขั้นตอนการนิเทศดังกล่าว สร้างเป็นรูปแบบ(Model)ขึ้นและนำมาใช้ในการดำเนินงาน  จนปรากฏต่อสถานศึกษา ผู้รับการนิเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
                                    ขั้นตอนที่ ๑  สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้กับผู้รับการนิเทศ   
                                    ขั้นตอนที่ ๒  แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ทำได้จริงกับผู้รับการนิเทศ    
                                    ขั้นตอนที่ ๓  ติดต่อสื่อสารสม่ำเสมอ 

ขั้นตอนที่ ๑  สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้กับผู้รับการนิเทศ  ได้แก่ ครูผู้สอน ผู้บริหาร และศึกษานิเทศก์ ด้วยการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน  แจ้งจุดมุ่งหมาย  กำหนดแผนงาน  แนะนำ  สาธิต  ฝึกปฏิบัติ  ทำแผนการจัดการเรียนรู้  ผลิตสื่อ  การวิจัยในชั้นเรียน และแผนการนิเทศ ฯลฯ

ขั้นตอนที่ ๒  แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ทำได้จริงกับผู้รับการนิเทศ ที่เน้นการสร้างเครือข่าย  ได้แก่ ครูเครือข่าย  ผู้บริหารเครือข่าย  ศึกษานิเทศก์เครือข่าย ทดลองปฏิบัติจริง  ปรึกษาหารือ  แลกเปลี่ยนเรียนรู้  ให้เอกสาร/สื่อ  ให้คำปรึกษา  แนะนำ  ครูผู้สอนขยายเครือข่ายกว้างขึ้น

ขั้นตอนที่ ๓ ติดต่อสื่อสารสม่ำเสมอ ด้วยการนิเทศ ติดตาม เยี่ยมเยียนอย่างต่อเนื่อง ช่วยกันแก้ปัญหาและให้กำลังใจ 

๓.๒ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน   ความสำเร็จของการนิเทศที่เกิดขึ้น  ได้กำหนดเงื่อนไข คือ (๑) การอาสาปฏิบัติ (๒) ร่วมคิดร่วมทำ (๓) สร้างความเป็นมิตร  (๔) ทำงานเป็นทีม  (๕) ไม่มุ่งเน้นปริมาณ    ดังนั้นจึงมีการร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ได้แก่  ศึกษานิเทศก์กลุ่มสาระภาษาไทย ๓ คน  ศึกษานิเทศก์ทุกคนในกลุ่มนิเทศฯรวม ๑๑ คน  ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่นๆ ทั่วประเทศ   กลุ่มครูผู้สอนภาษาไทย ๕๙๔ คนและสาระอื่นๆ ๘๖๐ คน จากสถานศึกษาทุกแห่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา รวม ๙๓ คน กลุ่มผู้ปกครอง และกรรมการสถานศึกษาที่ร่วมพัฒนา ในปัจจุบันได้พัฒนาเป็นเครือข่ายการเรียนรู้อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
 
๓.๓ การใช้ปัจจัยสู่ความสำเร็จ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่  คุณธรรมนิเทศ ๕  ที่ผู้รายงานได้ใช้โดยตลอด ในกระบวนการกัลยาณมิตรนิเทศ  ได้แก่
(๑)ยิ้ม ยิ้มแย้มแจ่มใสเพื่อสร้างสัมพันธ์ไมตรีอันดีระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ 
(๒)ประนม ให้ความเคารพด้วยการประนมมือไหว้จนเป็นนิสัย เป็นคุณลักษณะที่ผู้นิเทศควรกระทำเพื่อการเป็นตัวอย่างที่ดีงาม
(๓)ก้ม อ่อนน้อมถ่อมตนด้วยความจริงใจและนุ่มนวลเพื่อก่อให้เกิดมิตรไมตรีในการประสานงานการนิเทศ
(๔)ขาน ใช้คำพูดสุภาพ จริงใจและสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมความรู้สึกที่ดีต่อกัน พร้อมที่จะร่วมมือ ร่วมใจขจัดปัญหาต่างๆและสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามแก่เด็ก เน้นการพูดกระตุ้นให้ครูคิดหาวิธีการ/แนวทางในการทำงานด้วยตนเอง 
(๕)การให้ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ยิ่งให้ยิ่งได้ ได้ปฏิบัติจนเป็นนิสัย ได้แก่ ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ  ให้เวลา  ให้โอกาส  ให้กำลังใจ ให้สื่อ  ให้ความเป็นมิตร ให้การแบ่งปัน และ ให้อภัย  เป็นต้น   ซึ่งส่งผลให้งานสำเร็จลุล่วงด้วยดีอย่างยิ่ง  ปรากฏผลเชิงประจักษ์ชัดเจน

๓.๔ แนวทางการพัฒนาต่อยอด ต่อเนื่องอย่างยั่งยืน 
กลุ่มนิเทศได้กำหนดภาพความสำเร็จในอนาคต ๓ ประการ คือ
(๑)คุณภาพของครูผู้สอน  
(๒)คุณภาพการจัดการเรียนรู้ 
(๓)คุณภาพผู้เรียนที่อ่านออก คิดเป็น เขียนได้สู่คุณภาพสังคมไทย พร้อมสู่ประชาคมอาเซียน  


๓.๕ การวางแผนต่อยอด  ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ ดังนี้
(๑)จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ภาษาไทยและการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ ปี พ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๕๘ (เดิมที่ได้จัดทำคือ แผนพัฒนาฯฉบับปีพ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๓) โดยปรับเพิ่มนโยบาย/มาตรการ/กลยุทธ์/การดำเนินงาน ในเรื่องต่อไปนี้ คือ

๑.๑ การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สอง พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑
๑.๒ จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สพฐ. ๑๐ ประการ พ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๕
๑.๓ การเตรียมพร้อมในการใช้ภาษาไทยและการสร้างนิสัยรักการอ่านอย่างยั่งยืนสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ.๒๕๕๘

                            (๒)ใช้กระบวนการกัลยาณมิตรนิเทศ โดยใช้คุณธรรมนิเทศ ๕ ที่ได้คิดริเริ่มขึ้นต่อไป โดยเพิ่มวิธีการ  Coaching  ในการนิเทศ  เน้นการกระตุ้นให้ครูผู้สอนแสวงหาแนวทางและวิธีการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนด้านการอ่าน คิด เขียน และการเป็นผู้มีนิสัยรักการอ่าน ให้ครบเต็มพื้นที่ร้อยละ ๑๐๐ 

                           (๓)ใช้กระบวนการกัลยาณมิตรนิเทศ โดยใช้คุณธรรมนิเทศ ๕ ที่ได้คิดริเริ่มขึ้นต่อไป ใช้รูปแบบการจัดการความรู้ (KM : Knowledge Management)  รวม ๗ ขั้นตอน  คือ

                   ๑.การบ่งชี้ความรู้ ถึงความรู้ที่จะเป็นประโยชน์แก่องค์การและผู้ที่มีความรู้ โดยอิงจากยุทธศาสตร์หรือเป้าหมายขององค์กร ซึ่งได้แก่แผนกลยุทธ์ของ สพฐ.และ สพป.เชียงใหม่ เขต ๑   
                   ๒.การสร้างหรือแสวงหาความรู้ ที่เป็นประโยชน์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในความรู้ที่เป็นประโยชน์ 
                   ๓.การจัดหมวดหมู่ความรู้ให้เป็นระบบสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสามารถอ้างอิงได้ 
                   ๔.การประมวลและกลั่นกรององค์ความรู้ ให้สามารถเข้าใจได้ในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานกลั่นกรองความรู้ให้ถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน 
                   ๕.การเข้าถึงความรู้:โดยเตรียมระบบการเข้าถึงความรู้ที่เหมาะสมเพื่อให้บุคลากรในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างสะดวก รวดเร็วและในเวลาที่ต้องการ 
                   ๖.การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ :
                   ๗.การเรียนรู้นำไปใช้งาน ให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้



วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ยิ้ม ประนม ก้ม ขาน การให้ : สูตรเสน่หาของกัลยาณมิตรนิเทศ

ด้วยมุ่งมั่นงานนั้นหรือคือชีวิต
                             ด้วยมีจิตโอบเอื้อเพื่อการศึกษา
                             คุณธรรมนิเทศน้อมนำมา
                             จึงก้าวหน้าตามพ่อผู้ก่อชีวิน
                             จะยึดมั่นปณิธานที่ตั้งไว้
ยิ้ม ประนม ก้ม ไหว้ ไม่ทุศีล
ขับขานถ้อยมธุรสเป็นอาจิณ
เป็นผู้ให้ชนทั่วถิ่นทุกเวลา            





                                      



วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

๕ ปี ๔ ยุทธศาสตร์..สู่อาเซียน


     
                                          
     
     ๕ ปี  ๔ ยุทธศาสตร์...สู่อาเซียน
                   


ยุทธศาสตร์ที่ ๑
แก้ปัญหาให้อ่านออกและเขียนได้     ภาษาไทยเพิ่มระดับสัมฤทธิ์ผล
เสริมคิดเพิ่มสื่อสารเด็กเยาวชน        สร้างให้คนรักการอ่านอย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ ๒
คุณภาพของครูยุคใหม่                   เสริมแรงได้ด้วยผู้บริหาร 
ร่วมพลังประสานพัฒนางาน             เพื่อเร่งการอ่านเขียนภาษาไทย

ยุทธศาสตร์ที่ ๓
รณรงค์สร้างเครือข่ายมุ่งพัฒนา        แก้ปัญหาส่งเสริมสร้างนิสัย
ร่วมสร้างสรรค์ทำงานด้วยเต็มใจ       สามัคคีไว้สู่เป้าหมายเด็กไทยเรา

ยุทธศาสตร์ที่ ๔
เร่งกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง         โรงเรียนเฟื่องเขตพื้นที่ไม่หนีหาย
เด็ก เยาวชนเชียงใหม่หญิงและชาย   มีคุณภาพพร้อมก้าวไกลสู่สากล 

                 

               "...ภาษาไทยพราวพิไลในอาเซียน.."

ภาษาไทย ภาษาชาติพราวพิลาศพิไลในอาเซียน




ภาษาไทยเป็นศักดิ์ศรีของชาติ
                   ภาษาของเรานี้เป็นศักดิ์ศรีของชาติไทย
คงอยู่คู่ชาติให้เราได้ใช้ตลอดมา
ภาษาประจำชาติแสนพิลาศเลอล้ำค่า
ภูมิใจสุดพรรณนายากจะหาภาษาใด
น้ำเสียงแสนไพเราะฟังเสนาะน่าสนใจ
คล้องจองทำนองไทยปรากฏไว้ในวรรณกรรม
เป็นภาษาราชการใช้สื่อสารทุกถ้อยคำ
เด็กไทยจงจดจำค่าเลิศล้ำภาษาเรา

       ศาสตราจารย์ ดร.สุจริต เพียรชอบ






แผนยุทธศาสตร์
ยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ภาษาไทยและการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙ 
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑

  • ยุทธศาสตร์ยกระดับการเรียนรู้      มุ่งเชิดชูภาษาไทยใฝ่ศึกษา
เพื่อส่งเสริมคุณภาพชาวประชา            รู้คุณค่าการอ่านเบิกบานใจ        
  • ให้คนไทยเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต      ครูประสิทธิ์ศาสตร์ศิลป์ศิษย์ยุคใหม่
เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนรู้ด้วยใจ                เสริมนิสัยสร้างศรัทธาพัฒนาตน
  • เร่งคุณภาพบริหารจัดการเด่น        มีจุดเน้นชัดเจนให้เห็นผล
พลังส่วนร่วมจากผู้ปกครองและชุมชน     สู่สากลมีมาตรฐานภาคภูมิใจ
  • เป็นคนไทยเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง     สร้างจิตสำนึกอย่างหวั่นเกรงความเหลวไหล
จิตใฝ่ดีมีคุณธรรมนำหัวใจ                    น้อมนำให้รู้รักษ์วัฒนธรรม
  • เด็กยุคใหม่คิดทำเป็นแก้ปัญหาได้   รู้คุณค่าประชาธิปไตยอย่างเลิศล้ำ
มีความคิดจิตสร้างสรรค์เป็นผู้นำ            มีจริยธรรมสมค่าความเป็นคน
  • สิบจุดเน้นคุณภาพการศึกษา         เพิ่มผลสัมฤทธิ์พัฒนาอย่างเกิดผล
เด็กไทยอ่านออกคิดเขียนได้เทียบสากล   ให้อาเซียนยินยลประจักษ์ตา
  • ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นนิสัย  ส่งเสริมให้โอกาสการศึกษา
เพื่อชีวิตสมบูรณ์ตามปรัชญา                 เด็กไทยได้พัฒนาเท่าเทียมกัน
  • แนวปฏิบัติดังกล่าวที่เล่าขาน         ช่วยลูกหลานได้ก้าวหน้าสมดังฝัน
มุ่งปฏิบัติตามนโยบายร่วมมือกัน             สานสร้างสรรค์เสริมชาติไทยให้วัฒนา



************************************************************************
                               วัชราภรณ์ วัตรสุข และทีมงานภาษาไทย ร้อยเรียง